เกี่ยวกับเรา
ชื่อร้าน:
อาหารทะเลแปรรูป ตรากุ้งแดงคู่
หมวดหมู่:
อาหาร
ที่อยู่:
180 ม.2 ต.ท่าทอง อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี
จังหวัด:
สุราษฎร์ธานี
ภูมิภาค:
ภาคใต้
เบอร์โทรศัพท์:
086-2707847 , , 081-6763289,094-0366925
สินค้า
100.00 บาท
กะปิ
ใช้ทำกับข้าว,ทำนัำพริก,ข้าวคลุกกะปิ,ปรุงอาหารเพิ่มรสชาติให้อร่อย500กรัม100บาท
80.00 บาท
กุ้งฝอย
กุ้งฝอยทำมาจากกุ้งสดๆรสชาติอร่อยมีแคลเซี่ยมสุง150กรัม/80บาท
120.00 บาท
กุ้งแก้ว
ใช้ทำยำสามกรอบ,ทำน้ำพริกกุ้งเสียบ,ผัดกับผักต่างๆ,ฯลฯไม่ใส่สีไร้สารเคมีทุกชนิดผลิตจากกุ้งสดจากทะเล100กรัม120บาท
120.00 บาท
กุ้งแห้ง
ใช้ประกอบอาหารเช่นแกงเลียง,แกงส้ม,ยำต่างๆหรือทานเล่นเป็นกับแกล้มก็อร่อย 120กรัม. /120บาท
70.00 บาท
ปลาตากแห้ง
ปลาตัวเล็กๆแต่ประโยชน์มากมายแคลเซี่ยมจากธรรมชาติล้วนๆ150กรัม70บาท
25.00 บาท
มันกุ้ง
มันกุ้งจากกุ้งธรรมชาติอร่อยปลอดภัย80กรัม25บาท
รายละเอียด

ผลิตภัณฑ์

ประวัติความเป็นมา

                      

กะปิ เป็นเครื่องปรุงที่ทำมาจากกุ้ง หรือตัวเคย เป็นส่วนผสมอาหารคาวคู่ครัวไทย โดยเฉพาะของคนปักษ์ใต้ ใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องแกงเผ็ดทุกชนิด เช่นแกงส้ม (แกงเหลือง) แกงคั่ว (แกงเผ็ด) แกงเลียง และใช้ทำน้ำพริกต่าง ๆ เช่นน้ำพริกกะปิ น้ำพริกมะม่วง น้ำพริกเผา ฯลฯ และทำข้าวคลุกกะปิเป็นอาหารจานเด็ด

  • เมืองท่าทอง เป็นหัวเมืองของอาณาจักรศรีวิชัย เป็นดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เนื่องจากเมืองท่าทองเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและมีพื้นที่ติดทะเล (อ่าวบ้านดอน) ในอดีตประชาชนทุกครัวเรือนมีอาชีพทำนาและทำการประมง สำหรับไว้บริโภคในครัวเรือนเท่านั้น ส่วนที่เหลือจะแบ่งปันให้เพื่อนบ้าน สมัยก่อนชาวบ้านทุกครัวเรือนทำกะปิไว้บริโภคในครัวเรือนและทำเป็นสินค้าแลกเปลี่ยนกับพื้นที่อื่น ๆ และญาติพี่น้องที่อยู่ต่างถิ่น ต่อมาเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. ๒๕๔๕มีบุคคลจากนอกพื้นที่ตำบลท่าทองมาบุกรุกและจับจองที่ดินทำกินในตำบลท่าทอง ทำนากุ้ง เลี้ยงกุ้งแบบธรรมชาติและบุกรุกพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ผลกระทบจากการทำนากุ้งทำให้สภาพแวดล้อมเริ่มเสื่อม ทำนาข้าวไม่ได้ผล ชาวบ้านจึงเปลี่ยนอาชีพจากทำนาเป็นเลี้ยงกุ้งกุลาดำ รับจ้าง และวิถีชีวิตของชาวบ้านเปลี่ยนจากทำทุกอย่างกินเอง เป็นซื้อทุกอย่างเพื่อบริโภค ทำให้ฐานะทางเศรษฐกิจของชุมชนตกต่ำ นางเสรี ซุ่นหิรัญ จึงได้รวมกลุ่มสตรีอาสาพัฒนาชุมชน จัดตั้งกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านท่าโพธิ์ขึ้น ในปี พ.ศ.๒๕๔๘ ร่วมกันทำกิจการแปรรูปอาหารทะเล ได้แก่การทำกะปิ ปลาแห้ง(ปลาเกร็ดขาว) และกุ้งแห้ง เพื่อให้สมาชิกได้มีอาชีพ มีรายได้และได้อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นของดีของตำบลท่าทองให้คงอยู่ตลอดไป

อัตลักษณ์(เอกลักษณ์)/จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

มาตรฐานและรางวัลที่ได้รับ

กะปิกุ้งบ้านท่าโพธิ์ กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตเองและลูกค้าที่บริโภค ไม่มีมาตรฐานและรางวัลจากหน่วยงานราชการที่กำหนดมาตรฐาน หรือให้รางวัล แต่เป็นความภาคภูมิใจของผู้ผลิตและชุมชนที่มีความสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนไว้บริโภคในชุมชนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและยังสามารถผลิตจำหน่ายเป็นรายได้ เป็นที่เพียงพอกับความต้องการของตลาดผู้บริโภคในอำเภอและพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากวัดมาตรฐานความภาคภูมิใจจากผู้ผลิตแล้ว ยังสามารถขายให้แก่นักท่องเที่ยวเพื่อเป็นของฝากประจำถิ่นได้

ความสัมพันธ์กับชุมชน

                      

บ้านท่าโพธิ์ เป็นพื้นที่ติดทะเล ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรมและทำประมงชายฝั่งเป็นอาชีพหลัก ได้แก่การจับปูด้วยลอบ ดักอวนปลากระบอก อวนปลากะพง อวนกุ้ง การเลี้ยงหอยนางรม หอยแครง เป็นการทำมาหากินแบบธรรมชาติไม่ทำลายสภาพแวดล้อมของชุมชน มีการพึ่งพิงกันระหว่างชุมชนกับทะเล มีการปลูกป่าชายเลนสร้างระบบนิเวศน์ให้สมบูรณ์เป็นที่อยู่อาศัยของกุ้ง หอย ปู ปลา ที่เป็นแหล่งอาหารและสร้างอาชีพของชุมชน เมื่อชาวบ้านออกทะเลไปหาปลา หากุ้ง ได้มาจะนำมาบริโภคในครัวเรือน ส่วนที่เหลือจะนำไปขายให้กับกลุ่ม ฯ นำไปแปรรูปเป็นกุ้งแห้ง ปลาแห้งและกะปิ สร้างรายได้ให้ชาวบ้าน สร้างงานให้สมาชิก รวมทั้งการบริหารจัดการแก่คณะกรรมการ ในการพัฒนากลุ่มและชุมชนให้เข้มแข็ง

กระบวนการผลิต

วัตถุดิบและส่วนประกอบ

             

วัตถุดิบ/ส่วนประกอบ
๑. กุ้งเคย ๑๐ กิโลกรัม
๒. เกลือแกง๑ กิโลกรัม
อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต

๑. เข่งพลาสติก
๒. ตะกร้า๓. ครกตำข้าวและสาก
๔. ช้อน
๕. กะละมัง

๖. ไห
๗. มุ้ง/ตาข่ายพลาสติก
๘. ไม้ไผ่
๙. ใบตาลแห้ง หรือใบจากแห้ง หรือใบตองแห้ง

ขั้นตอนการผลิต

                                 

๔.๑ นำกุ้งที่ชั่งน้ำหนัก ๑๐ กิโลกรัม หรือกว่าเล็กน้อย ใส่กะละมัง ล้างด้วยน้ำสะอาด ใช้ตะกร้าช้อนกุ้งขึ้นมาเลือกเศษของปนเปื้อนออก เช่น ปลา หอย ออกให้หมด ล้างสัก ๒-๓ น้ำ จนน้ำใสสะอาด แล้วล้างน้ำสุดท้ายด้วยน้ำผสมเกลือแกงเพื่อให้ปลาที่ติดมากับตัวกุ้งเคยลอยตัว ตักออกได้ง่ายขึ้น
๔.๒ นำกุ้งที่ล้างสะอาดใส่ตะกร้าให้เสด็จน้ำ แล้วนำไปตากแดดพอหมาด ๆ

แล้วนำไปตำกับครกตำข้าวใส่เกลือผสม อัตราส่วน กุ้ง ๑๐ กิโลกรัม
เกลือแกง ๑ กิโลกรัม ตำพอแหละ (เรียกว่าเซหักคอ)

๔.๓ นำส่วนผสมที่ตำแล้วตามขั้นตอนที่ ๒ (เซหักคอ) หมักในตะกร้า หรือเข่งรองด้วยผ้ามุงพลาสติกอัดให้แน่น หมักไว้ ๑- ๓ คืน แล้วแต่สภาพอากาศ ถ้าแดดดีหมักเพียง ๑ คืนก็เพียงพอ เพื่อให้น้ำคาวกุ้งออก
๔.๔ นำส่วนผสมที่หมักออกตากแดดในภาชนะที่เป็นตาข่ายรองด้วยมุ้งพลาสติก เพื่อให้ส่วนผสมแห้งเร็วขึ้นตากประมาณ ๒ แดด หรือ ๒ วัน
๔.๕ นำส่วนผสมที่ตากแห้งแล้วตาม ข้อ ๔.๔ มาตำให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน จนเนื้อกะปิเหนียว(ยกสากตำข้าวเสียงดังปึ๊ด) แล้วนำใส่เข่งรองด้วยผ้ามุ้งพลาสติก เพื่อให้น้ำคาวกุ้งออกจนเสด็จน้ำ (น้ำกุ้งที่รองจากการหมักนำไปเคี้ยว เรียกว่าน้ำเคย นำไปปรุงอาหารแทนน้ำปลา)ไว้ ๒–๓ คืนจนกว่ากะปิมีกลิ่นหอม

๔.๖ นำกะปิบรรจุไห (ไหไม่ซึม ไม่รั่ว)อัดให้แน่น ปิดปาก (ขัดน้ำ) ด้วยใบตาลแห้ง หรือใบจากแห้ง หรือใบตองแห้ง ปิดให้สนิทไม่เห็นเนื้อกะปิ แล้วใช้ไม้ไผ่ผ่ากว้างประมาณ ๑ นิ้ว ขัดให้แน่นเป็นรูปกากบาท แล้วขัดหัวท้ายทั้ง ๔ ด้าน ขัดน้ำไว้ประมาณ ๑ เดือน จะได้กะปิกุ้งที่มีคุณภาพ (กลิ่นหอมหวาน สีชมพู หรือสีม่วง)

เทคนิค/เคล็ดลับในการผลิต

๕.๑ เคล็ดลับ ขั้นตอนคัดวัตถุดิบ (กุ้ง หรือตัวเคย) ต้องสด และขั้นตอนการผลิตต้องล้างกุ้งให้สะอาด เอาเศษสิ่งของเจือปนออกให้หมด ล้างจนน้ำใส น้ำสุดท้ายควรล้างด้วยน้ำเกลือเพื่อให้ปลาเล็กปลาน้อยที่ติดมากับกุ้งลอยตัวเพื่อจะได้แยกออกจากกุ้ง หรือตัวเคยได้สะดวก เกลือจะต้องได้อัตราส่วนตามที่กำหนด(ถึงเกลือ)ระวังอย่าให้แมลงวันตอม การบรรจุไหและการขัดน้ำ ไหต้องไม่ซึม โดยต้องล้างให้สะอาดและควำ่ให้แห้งก่อนนำกะปิบรรจุ การขัดน้ำเพื่อให้กะปิมีคุณภาพและมีกลิ่นหอม วิธีขัดน้ำจะต้องกด หรืออัดกะปิให้แน่นไม่มีช่องว่างอากาศ ทิ้งไว้อย่างน้อย ๑ เดือน (ยิ่งนานยิ่งหอม )
๕.๒ เคล็ดลับด้านคุณภาพ การดูสีกะปิคุณภาพดีจะมีชมพู หรือสีม่วง สีไม่ดำ กลิ่นหอมหวาน(ไม่มีกลิ่นเค็ม ขม หรือเหม็น)